 |
เปลี่ยนตับทำอย่างไร
การเปลี่ยนตับนั้นมีการพัฒนามาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2506 เป็นต้นมาจากเดิมมีคนไข้จำนวนไม่มากรอรับการเปลี่ยนตับจากตับของคนไข้
สมองตายที่ใกล้เสียชีวิตระยะหลังมีคนไข้รอการเปลี่ยนอวัยวะมากขึ้นอวัยวะที่บริจาคไม่พอเพียงจึงเริ่มมีการผ่าตัดเปลี่ยนตับโดยนำตับ
มาจากญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิตบริจาคให้กับผู้ป่วย ฉะนั้นพอจะแบ่งวิธีการปลี่ยน ตับตามชนิดของผู้บริจาคได้ดังนี้
การเปลี่ยนตับจากตับของผู้ป่วยภาวะสมองตาย (Cadaveric หรือ Deceased donors) โดยจะนำตับทั้งหมดจาก
ผู้บริจาคมาให้กับผู้รับบริจาค เราไม่สามารถนำตับจากผู้เสียชีวิตแบบที่หัวใจหยุดเต้นมาใช้ได้เพราะเมื่อตับเกิดภาวะขาดเลือดเนื้อเยื่อตับจะเสีย
ถ้านำตับนี้ไปเปลี่ยนให้กับผู้ป่วย ตับจะไม่ทำงาน การผ่าตัดประเภทนี้จึงไม่สามารถที่จะกำหนดเวลาได้ขึ้นกับมีการบริจาคอวัยวะเมื่อใด
ตับที่ได้มาอาจนำมาตัดแต่งให้ขนาดเล็กลงให้ขนาดเหมาะกับขนาดของเด็ก หรือบางกรณีนำมาแบ่งครึ่งให้กับผู้ป่วยสองคน
(Split liver transplantation) บางเหตุการณ์ที่จำเป็นเช่น กรณีของโรคตับวายเฉียบพลันมีการนำตับมาวางไว้ใกล้กับตำแหน่งตับ
เดิมโดยเอาตับเดิมออกเพียงครึ่งเดียว (Auxiliary liver transplantation)
การเปลี่ยนตับโดยนำตับมาจากผู้มีชีวิต (Living donor liver transplantation) ทางประเทศแถบเอเชียมีการทำกันมาก
โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นโดยนำตับกลีบซ้ายของผู้บริจาคไปให้กับผู้ป่วย ต่อมาประเทศอเมริกา มีการดัดแปลงไปใช้แต่กลับได้ผลไม่ดี เนื่องจาก
คนอเมริกันมีน้ำหนักมากตับกลีบซ้ายจึงไม่พอเพียงในที่สุดจึงมีการนำตับกลีบขวาซึ่งใหญ่กว่าแบ่งเอาไปให้ผู้รับให้เข้าใจง่ายก็คือตัดตับ
ออกไป 60 เปอร์เซ็นต์ เอาไปให้ผู้แก่ผู้รับส่วนตับกลีบซ้ายที่เหลืออยู่ก็จะมีการงอกกลับมาจนขนาดใกล้ปกติในระยะประมาณสองเดือน
หลังการผ่าตัด วิธีการนี้มีการทำกันแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องด้วยตับจากผู้ป่วยสมองตายในแต่ละประเทศนั้นมีจำนวนไม่พอกับ
ผู้ป่วยที่รอรับบริจาค
สำหรับการเลือกผู้บริจาคนั้นจำเป็นจะต้องเป็น สามีภรรยา ญาติพี่น้อง หรือแม้แต่เพื่อนใกล้ชิดที่มีกรุ๊ปเลือดเดียวกัน แต่การรับบริจาคจาก
ผู้ไม่เกี่ยวข้องนั้นยังเป็นข้อควรระวังเพราะอาจจะทำให้มีการซื้อขายอวัยวะเกิดขึ้นโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา สำหรับในประเทศไทย
แพทยสภาไม่อนุญาตให้นำตับจากผู้บริจาคซึ่งไม่ใช่ญาติโดยสายเลือด (ยกเว้นแต่สามีภรรยา) ไปให้กับผู้รอรับอวัยวะได้ ผู้ที่บริจาคอวัยวะ
สามารถกลับไปทำงานและมีชีวิตเหมือนปกติถึงแม้จะมีรายงานการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดตับอยู่บ้าง การผ่าตัดชนิดนี้ถือความ
ปลอดภัยของผู้บริจาคเป็นความสำคัญอันดับหนึ่ง มีผู้บริจาคที่เสียชีวิตหลังการผ่าตัดประมาณไม่เกินครึ่งเปอร์เซ็นต์ในประเทศไทยเอง
ขณะนี้เริ่มมีการเปลี่ยนตับแบบนี้บ้างแล้ว ในเบื้องต้นที่ทำคือการตัดกลีบซ้ายจากบิดามารดาให้กับลูกเป็นต้น
|
back to top |
|
|