 |
รู้จักกับตับที่นำมาเปลี่ยนให้ผู้ป่วย
| ตับที่นำมาเปลี่ยนมาจากใคร |
 |
ตับที่นำมาให้กับผู้รอรับอวัยวะนั้นได้มาจากการขอรับบริจาคจากญาติของผู้ป่วยที่เกิดภาวะสมองตาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุ
มีการบาดเจ็บ รุนแรงที่ศรีษะ ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงจนหลอดเลือดในสมองแตกและก้อนเลือดไปกดทับก้านสมองจนสมองไม่สามารถ
กลับมาสั่งงานได้ หากแพทย์ตรวจอาการทางสมองและร่างกายแล้วพบว่าสมองตาย คือ มีอาการหมดสติ ไม่มีการตอบสนอง ทางกายไม่มี
การเคลื่อนไหว และไม่หายใจเองต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแพทย์จะต้องทำการตรวจยืนยันอาการสมองตายสองครั้งห่างกันอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
เพื่อให้แน่ใจจริงๆว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้วผู้ประสานงานจะทำการเจรจาขอรับบริจาคอวัยวะจากญาติผู้ป่วยสมองตายถ้าญาติอนุญาตและ
ลงนาม ยินยอมบริจาคอวัยวะทีมผ่าตัดจึงจะไปทำการ ผ่าตัดรับบริจาคอวัยวะเพื่อนำไปเปลี่ยนให้กับผู้รอรับอวัยวะที่มีความเหมาะสม
|
| มีองค์กรอะไรที่ดูแลการบริจาคและจัดสรรอวัยวะ |
 |
การจัดสรรอวัยวะที่ผู้มีใจบุญบริจาคแก่ผู้รอรับอวัยวะนั้น จะต้องมีองค์กรกลางในการรับบริจาค และกระจายอวัยวะไปยังหน่วยงาน
เปลี่ยนอวัยวะทั่วไปอย่างเหมาะสมตามกฏเกณฑ์ที่วางไว้ มิเช่นนั้นอาจจะก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น การซื้อขายอวัยวะการ
ต่อรอง ระหว่างผู้รับและญาติของผู้บริจาค หรือ การข้ามคิวในการรอรับอวัยวะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น สำหรับประเทศไทย
ขณะนี้มีศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เป็นสื่อกลางในการทำงานดังกล่าว เมื่อมีผู้ป่วยสมองตาย แพทย์ผู้รักษาจะแจ้งอาการ
ของผู้ป่วยให้ญาติรับรู้และแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องซึ่งมีอยู่ตามโรงพยาบาลเครือข่ายในแต่ละภาคของประเทศ เพื่อให้มีการเจรจา
ขอรับบริจาคอวัยวะจากญาติหากญาติยินยอมบริจาคอวัยวะจึงจะมีการประสานงานไปยังสภากาชาดไทยโดยตรงและดำเนินการต่างๆ
ตามกฏเกณฑ์อย่างเคร่งครัดและฉับไว
|
| การเลือกตับที่เหมาะสมกับผู้ป่วยนั้นดูจากอะไร |
 |
ศูนย์รับบริจาคอวัยวะจะมีการประสานงานระหว่างโรงพยาบาลที่มีผู้บริจาคอวัยวะกับหน่วยเปลี่ยนอวัยวะที่มีผู้ป่วยรอรับอวัยวะนั้นๆ
ทางแพทย์และพยาบาลผู้ประสานงานจะได้รับรายละเอียดของโรคที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต อาการ ความเปลี่ยนแปลงของอาการ
ต่างๆตลอดเวลาจนถึงเวลาไปผ่าตัดเพื่อนำอวัยวะออกจากผู้บริจาค เมื่อแพทย์ได้รับความยินยอมบริจาคอวัยวะจากญาติผู้บริจาคแพทย์
จะมีการ ตรวจเลือดผู้บริจาคเพื่อคัดกรองโรคติดต่อที่สำคัญคือ เชื้อไวรัสบี ไวรัสซี
ไวรัสเฮ็ชไอวี (HIV ) หรือที่เรียกกันว่าเชื้อโรคเอดส์ (AIDS) ไวรัสซีเอ็มวี (CMV) และ เชื้อซิฟิสิส นอกจากนี้จะมีการตรวจค่าผลการ
ทำงานตับ ไต เกลือแร่ต่างๆ เพื่อเป็นที่แน่ใจได้ระดับหนึ่งว่าอวัยวะที่นำมานั้นมีความสมบูรณ์ไม่มีการติดเชื้อก่อนนำมาเปลี่ยนให้กับผู้รอ
รับบริจาค สำหรับตับที่นำมาให้กับผู้รับนั้น จะต้องมี กรุ๊ปเลือด เอบีโอ (A, B, O หรือ AB) และ อาเอ็ช (Rh บวก หรือ ลบ) ที่ตรงกัน
หรือเข้ากันได้โดยไม่คำนึงถึงเพศ และไม่ต้องมีเฮ็ชแอลเอ (HLA) ของเนื้อเยื่อที่ตรงกันเหมือนกับที่ทำการตรวจในกรณีของการเปลี่ยนไต
ในบางกรณีที่ผู้ป่วยรอรับตับมีอาการรุนแรงมาก โอกาสที่จะมีชีวิตรอดต่อไปไม่นาน เช่น กรณีตับวายแบบเฉียบพลัน อาจมีทางเลือกในการ ให้อวัยวะข้ามกรุ๊ป คล้ายกับการให้เลือดข้ามกรุ๊ป เช่น ตับจากผู้บริจาคกรุ๊ปโอสามารถให้ได้กับผู้รับทุกกรุ๊ป เป็นต้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับ ดุลย์พินิจของแพทย์ผู้ดูแลและข้อกำหนดบางประการขององค์กรกลางผู้จัดสรรอวัยวะ
|
| ตับมาถึงผู้ป่วยได้อย่างไร |
 |
ญาติผู้ป่วยและผู้ป่วยที่ได้รับการเปลี่ยนตับมักจะได้เห็นเหตุการณ์เพียงระยะสั้นๆนับตั้งแต่เข้ามาโรงพยาบาลไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น
ก็เข้าห้องผ่าตัดไม่นานก็ออกจากห้องผ่าตัดเป็นอันเสร็จขั้นตอนการเปลี่ยนตับแท้ที่จริงความสำเร็จที่เห็นนั้นเกี่ยวเนื่องกับผู้คนมากมาย
ประมาณหนึ่งถึงสามวันก่อนที่อวัยวะจะมาถึงผู้ป่วยส่วนใหญ่แล้วโรงพยาบาลที่มีผู้บริจาคอวัยวะจะอยู่ห่างไกลกระจาย อยู่ทั่วประเทศ
ยกตัวอย่างเช่น โรงพยาบาล สรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี มีอาจารย์นายแพทย์ชัยธัช รักราชการ เป็นผู้มีความเข้าใจและ
เห็นความสำคัญของการเปลี่ยนอวัยวะอย่างมากท่านอาจารย์และทีมงานผู้แข็งขันจะให้ความรู้ความเข้าใจแก่ญาติของผู้บริจาค และ
ช่วยดูแลผู้ป่วยอย่างดีแม้จะมี ภาวะสมองตายแล้วก็ตาม
ปัญหาสำคัญของประเทศเราในปัจจุบันคือขาดผู้บริจาคอวัยวะทั้งๆที่เป็นเมืองพุทธ ซึ่งเต็มไปด้วยผู้ใจบุญสุนทาน เหตุที่สำคัญอันหนึ่ง
คือการขาดความเข้าใจและความร่วมมือของบุคคลากรทางสาธารณสุข ที่เห็นคุณค่าของการเปลี่ยนอวัยวะเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยที่กำลัง
รอรับอวัยวะทั่วประเทศ อาจารย์และผู้ร่วมทีมเป็นตัวอย่างที่ดีที่ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจอยู่เบื้องหลังโดยเราเองในฐานะผู้รอรับอวัยวะ
หรือญาติผู้รอรับอวัยวะจะไม่เคยได้ทราบเลยนอกจากที่อุบลฯแล้วโรงพยาบาลต่างๆทั้งจากขอนแก่น เชียงใหม่ โรงพยาบาลจุฬาฯ
โรงพยาบาลในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และทุกภาคส่วน ยังมีทีมงานแพทย์ พยาบาลผู้ประสานงานรับบริจาคอวัยวะซึ่งไม่สามารถ
กล่าวได้หมดในที่นี้
เมื่อญาติยินยอมที่จะบริจาคอวัยวะ ทางทีมงานของโรงพยาบาลจะประสานงานไปยังองค์กรกลางข้างต้น จากนั้นจะต้องคอยดูแล
สุขภาพร่างกายของผู้บริจาคไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ผู้ป่วยสมองตายมักจะควบคุมปริมาณปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะจะออก
มากจนเกิดอาการช็อค ไตวาย ค่าเกลือโซเดียมในเลือดสูงจนเนื้อเยื่อของร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำถ้านำอวัยวะไปเปลี่ยนให้ผู้รับ อวัยวะ
ก็มักจะไม่ทำงานดังนั้นจะต้องคอยให้น้ำให้พอเพียงให้ยาปรับเพิ่มความดันให้ฮอร์โมนเพื่อให้ปัสสาวะออกอยู่ในเกณฑ์ปกติแพทย์
จะต้องคอยติดตามตรวจเลือดรักษาเกลือแร่ต่างๆให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ตรงส่วนนี้ต้องใช้เวลาเป็นวัน
ในเวลาเดียวกันทีมแพทย์ พยาบาลจากหน่วยงานเปลี่ยนอวัยวะจะเตรียมการยกทีม เดินทางไปโรงพยาบาลนั้นๆ ถ้าอยู่ในที่ไม่ไกลเกิน
ควรทางทีมงานจะเดินทางไปโดยรถพยาบาล ถ้าอยู่ไกลมากทางสภากาชาดจะประสานงานกับ การบินไทยเพื่อจองเที่ยวบินด่วนให้
เหมาะกับเวลาทั้งไปและกลับบางครั้งที่ไม่มีเครื่องบินปกติ ทีมงานอาจจะต้องขึ้น เฮลิคอปเตอร์หรือเครื่องบินโดยสารเหมาลำของ
เอกชน
งานทุกอย่างที่อยู่ในชีวิตประจำวันทั้งงานราษฎร์งานหลวงและเวลาของครอบครัวต่างๆจะต้องหยุดลง ยกทีมเดินทางไปผ่าตัดรับ
อวัยวะคือหน้าที่หลักเพื่อนำอวัยวะกลับมาให้ทันการก่อนที่อวัยวะจะเสียไป เช่น บินไปอุบลเที่ยวบินเย็นทำผ่าตัดนำอวัยวะออกตอน
ใกล้เช้าก่อนที่จะขึ้นเครื่องมากรุงเทพฯตับและอวัยวะอื่นที่ได้มานั้นจะต้องแช่ในน้ำยาเฉพาะ ที่ 4 องศาเซลเซียสเพื่อรักษาอวัยวะ
ให้คงอยู่ถ้านับเวลาจากผ่าตัดออกจากผู้บริจาคจนถึงต่อเข้ากับผู้รับจะต้องเสร็จสิ้นภายใน 18 ชั่วโมงในขณะเดียวกันทีมประสานงาน
ซึ่งโดยหลักก็คือผู้ ประสานงานการปลูกถ่ายอวัยวะของหน่วยงานนั้นๆจะต้องประสานงานระหว่าง สภากาชาด แพทย์ศัลยกรรม
แพทย์อายุรกรรม วิสัญญีแพทย์ คนไข้หอผู้ป่วยทีมห้องผ่าตัดห้องเลือดห้องไอซียู และอีกหลายหน่วยงานย่อยเพื่อให้การผ่าตัด
เปลี่ยนตับเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

|
|
back to top |
|
|